ทะเลสาบเชียงแสน

สำหรับนักดูนกตัวยงแล้วล่ะก็ สวรรค์ของการดูนกในเมืองไทย หนึ่งในนั้นก็คือ ทะเลสาบเชียงแสน หรืออีกชื่อหนึ่งเรียกว่า “เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหนองบ่งคาย” แห่งนี้ เนื่องจากที่นี่เป็นถิ่นอาศัยของนกน้ำและนกทุ่งจำนวนมาก โดยเฉพาะในฤดูหนาวจะมีนกอพยพจากต่างถิ่นจำนวนมหาศาล รวมทั้งนกพันธุ์หายากมากมาย มารวมตัวกันโบกสะบัดปีกโปรยความสวยงามเหนือผืนทะเลสาบแห่งนี้


วนอุทยานบ่อน้ำร้อนกันตัง

จากบริเวณที่อุดมไปด้วยบ่อน้ำร้อนธรรมชาติใต้ผิวดินมาสู่การพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในปัจจุบัน อันเป็นที่รู้จักในหมู่ชาวตรังและนักท่องเที่ยวทั่วไปเป็นอย่างดี โดยได้รับการจัดตั้งให้เป็นวนอุทยาน เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2549 วนอุทยานฯ แห่งนี้ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาหวาง ป่าควนแคง และป่าน้ำราบ มีเนื้อที่ประมาณ 500 ไร่ มีลักษณะภูมิประเทศเป็นพื้นที่ราบเชิงเขาผสมผสานกับสภาพป่าเป็นดงดิบชื้น


ภูคิ้ง

ภูคิ้งตั้งอยู่ที่บ้านโนนหนองไฮ ตำบลโนนทอง บนยอดเขาเขียว มีความสูง 1,167 เมตร จากระดับน้ำทะเล สูงเป็นอันดับ 5 ของภาคอีสาน อยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว มีอากาศหนาวเย็นตลอดปี เป็นแหล่งกำเนิดของดอกไม้ป่าและกล้วยไม้นานาชาติ ทิศเหนือเป็นหน้าผาสูงชันสามารถมองเห็นทัศนียภาพของภูกระดึง ภูแลนคา เขื่อนห้วยกุ่ม และลำน้ำพรม


โครงการพัฒนาการปรับปรุงบำรุงดินสำหรับการทำนาบ้านเด่นใหญ่

ตั้งอยู่ที่ หมู่ 1 ตำบลเด่นใหญ่ ดำเนินงานโดยมูลนิธิชัยพัฒนาจัดทำเป็นแปลงสาธิตการปรรับปรุงบำรุงดินสำหรับทำนาให้ได้ผลผลิตสูง โดยนำเทคโนโลยีที่ได้จากการวิจัยและพัฒนาด้านการเกษตรมาปรับใช้ในโครงการฯ ให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และสภาพแวดล้อม เป็นแหล่งศึกษา ดูงาน สาธิต และอบรมด้านการเกษตร เช่น การแปรรูปผลผลิตและการบรรจุภัณฑ์อย่างง่ายๆ ในระดับครัวเรือน


พระราชวังบางปะอิน

เมื่อมาถึงอยุธยาแล้ว อดไม่ได้ที่จะต้องมาเยือนพระราชวังบนเกาะกลางน้ำอันงดงามและกว้างขวาง ซึ่งมีประวัติความเป็นมายาวนาน ย้อนไปถึงสมัยอยุธยาตอนกลาง เป็นต้นแบบการปรับตัวให้เข้ากับยุคตะวันตกในรัชกาลที่ 5 ทั้งยังกลายเป็นแหล่งรวมปูชนียสถานสำคัญหลายแห่งตกทอดมาถึงปัจจุบัน


เขาเจ้าแม่ทับทิมทอง

สักการะเจ้าแม่ทับทิมทองภายในศาลที่ตั้งอยู่บนยอดเขาซึ่งว่ากันว่าเป็นจุดชมทัศนียภาพเหนืออำเภอปราณบุรีที่สวยงามที่สุดอีกแห่งหนึ่ง เพราะจากจุดนี้คุณจะได้ดื่มด่ำวิวธรรมชาติของปากน้ำปราณ ชุมชนประมงพื้นบ้าน และป่าชายเลนสีเขียวอุดมสมบูรณ์ที่กระจุกตัวอยู่ในบริเวณนี้ และหากวันใดฟ้าใสแจ่มกระจ่าง ยังสามารถมองไปไกลถึงเขาสามร้อยยอดเลยทีเดียว


หอวัฒนธรรมนครบาลเพชรบูรณ์

สถานที่รวบรวมเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม ประวัติความเป็นมาของจังหวัดเพชรบูรณ์ และภูมิปัญญาท้องถิ่นในนามว่า “หอวัฒนธรรมนครบาลเพชรบูรณ์” แห่งนี้ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2546 เพื่อเป็นอนุสรณ์การก่อตั้ง “นครบาลเพชรบูรณ์” เมืองหลวงของไทยในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ เนื่องจากในระหว่าง พ.ศ. 2486-2488 จอมพล ป. พิบูลสงคราม ได้ออกพระราชกำหนดเพื่อย้ายเมืองหลวงมาอยู่ที่เพชรบูรณ์


ตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศร

ความโดดเด่นและเป็นที่สะดุดตาจากสถาปัตยกรรมสไตล์บาโร้คของตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ทำให้มีเหล่าอาคันตุกะมาเยือนอยู่เนืองๆ ตัวอาคารสองชั้นฉาบสีเหลืองไข่ไก่ ด้านหน้ามีมุขยื่นออกมาตรงกลางเป็นโถงทรงโดม กำแพงด้านนอกมีลายพฤกษาปั้นจากปูนประดับและซุ้มประตูหน้าต่างอย่างงดงามด้านในที่ห้องโถงใหญ่ชั้นล่างจัดแสดงประวัติเจ้าพระยาอภัยภูเบศร (ชุ่ม อภัยวงศ์)


พระธาตุนารายณ์เจงเวง

วัดพระธาตุนารายณ์เจงเวง สร้างขึ้นพร้อมกันกับ “พระธาตุนารายณ์เจงเวง” หรือ “อรดีมายานารายณ์เจงเวง” โดยชื่อนี้ตั้งชื่อตามผู้สร้างโดยกลุ่มสตรีของพระนางนาเวงแห่งเมืองหนองหานหลวง มีการแข่งขันกลุ่มบุรุษชาวเมืองหนองหานน้อย เพื่อรอรับพระพระมหากัสสปะเถระ ซึ่งนำพระอุรังคธาตุไปบรรจุยังดอยภูกำพร้า โดยตกลงกันว่าหากฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดสามารถสร้างพระธาตุเจดีย์ใหญ่เสร็จก่อนดาวเพ็กขึ้นฝ่ายนั้นจะเป็นผู้ชนะ


โครงการพระราชดำริปางตอง 2 (ปางอุ๋ง)

ภาพทิวสนสองใบและสนสามใบเรียงรายตลอดแนวอ่างเก็บน้ำอันกว้างใหญ่กลางอ้อมกอดของขุนเขาเขียวชอุ่มยามเช้า คือมนต์เสน่ห์ของปางอุ๋งที่นำพานักเดินทางเข้ามาเยือนที่นี่อยู่ตลอดทั้งปี ยิ่งในช่วงฤดูหนาวที่มีสายหมอกขาวลอยเหนือผืนน้ำ ยิ่งเพิ่มบรรยากาศโรแมนติกให้กับปางอุ๋ง อย่างไรก็ตาม แต่ก่อนบริเวณนี้เคยเป็นสถานที่ปลูกฝิ่นของชาวเขา และมีการบุกรุกทำลายป่าอยู่เสมอ